All for Joomla All for Webmasters

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก : แมนฯยู -vs- ลิเวอร์พูล

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก : แมนฯยู -vs- ลิเวอร์พูล

ราคาบอล : ลิเวอร์พูล ต่อ 0.75

ทรรศนะเซียน : ไม่แคล้วงานนี้เสร็จ ลิเวอร์พูล บุกซิวชัยตามระเบียบ เพราะพวกเขากำลังอยู่ในช่วงฟอร์มแรงหาตัวจับยาก และแทบจะเหนือกว่าทุกด้านทั้งในและนอกสนาม ไม่ว่าจะเป็นศักยภาพของขุมกำลัง, ผลงานทุกเวทีและ ความศรัทธาในตัวกุนซือ ต้องบอกว่า “หงส์แดง” มีดีกว่าเยอะ แถมฟอร์มตลอด 8 เกมลีกที่ผ่านมาในซีซั่นนี้ ก็สามารถคว้าชัยรวดและผลิตสกอร์ได้มากมายกว่า 20 ลูก เรียกว่าอย่างน้อยๆ ต้องมีสองตุงยืนพื้น สวนทางกับ แมนฯยู ที่ยังทรงเสียต่อเนื่อง และล่าสุดบุกพ่าย นิวคาสเซิ่ล 0-1 ซึ่งเป็นเกมที่ได้นั่งชมเต็มๆ ต้องบอกว่าจินตนาการเกมรุกโคตรตื้น และแทบจะมองไม่เห็นว่าพวกเขาจะเจาะแผงหลังสุดแกร่งของอาคันตุกะยังไง เมื่อพิจารณาจากเรตกับภาพรวมต่างๆ แนะนำอยู่ต่อไม่ต้องรอลงอาญา

ฟันธงบอล : ลิเวอร์พูล ชนะ 1-0 / 2-0

วิเคราะห์บอลคู่นี้

ผลการพบกันของทั้งสองทีม

24/02/19 แมนฯยู เสมอ ลิเวอร์พูล 0-0
16/12/18 ลิเวอร์พูล ชนะ แมนฯยู 3-1
29/07/18 แมนฯยู แพ้ ลิเวอร์พูล 1-4 / (กลาง) ไอซีซี
10/03/18 แมนฯยู ชนะ ลิเวอร์พูล 2-1
14/10/17 ลิเวอร์พูล เสมอ แมนฯยู 0-0
15/01/17 แมนฯยู เสมอ ลิเวอร์พูล 1-1
18/10/16 ลิเวอร์พูล เสมอ แมนฯยู 0-0
18/03/16 แมนฯยู เสมอ ลิเวอร์พูล 1-1 / ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก
11/03/16 ลิเวอร์พูล ชนะ แมนฯยู 2-0 / ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก
17/01/16 ลิเวอร์พูล แพ้ แมนฯยู 0-1

ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม

แมนฯยู
06/10/19 แพ้ นิวคาสเซิ่ล 0-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก / ราคาบอล – ต่อ 0.5 … เสีย
04/10/19 เสมอ อัล์คม่าร์ 0-0 (เยือน) ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก / ราคาบอล – เสมอ … เจ๊า
01/10/19 แพ้ อาร์เซน่อล 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก / ราคาบอล – ต่อ ปป … เสียครึ่ง
26/09/19 เสมอ โรชเดล 1-1 (เหย้า) ลีก คัพ / ราคาบอล – ต่อ 2.75 … เสีย (ชนะจุดโทษ 5-3)
22/09/19 แพ้ เวสต์แฮม 0-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก / ราคาบอล – ต่อ ปป … เสีย
ฟอร์มเกมเหย้าในลีก แข่ง 4 ชนะ 2 เสมอ 1แพ้ 1 ได้ 7 เสีย 3

ลิเวอร์พูล
05/10/19 ชนะ เลสเตอร์ 2-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก / ราคาบอล – ต่อ 1 … เจ๊า
03/10/19 ชนะ ซัลซ์บวร์ก 4-3 (เหย้า) ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก / ราคาบอล – ต่อ 1.5 … เสีย
28/09/19 ชนะ เชฟฯยูฯ 1-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก / ราคาบอล – ต่อ 1.25 … เสียครึ่ง
26/09/19 ชนะ เอ็มเค ดอนส์ 2-0 (เยือน) ลีก คัพ / ราคาบอล – ต่อ 1.75 … ได้ครึ่ง
22/09/19 ชนะ เชลซี 2-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก / ราคาบอล – ต่อ 0.5 … ได้
ฟอร์มเกมเยือนในลีก แข่ง 4 ชนะ 4 เสมอ 0 แพ้ 0 ได้ 8 เสีย 2

ฟอร์ม 6 นัดหลังสุดในลีก

แมนฯยู
เหย้า – แข่ง 3 ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 1 ได้ 3 เสีย 3
เยือน – แข่ง 3 ชนะ 0 เสมอ 1 แพ้ 2 ได้ 1 เสีย 4

ลิเวอร์พูล
เหย้า – แข่ง 3 ชนะ 3 เสมอ 0 แพ้ 0 ได้ 8 เสีย 3
เยือน – แข่ง 3 ชนะ 3 เสมอ 0 แพ้ 0 ได้ 6 เสีย 1

สภาพทีมล่าสุดของทั้งสองทีม

แมนฯยู

แมนฯยู ของกุนซือ โอเล่ กุนน่าร์ โซลชาร์ จะไร้เงา ดาบิด เด เกอา นายทวารมือหนึ่งที่เดี้ยงเข้ามาสดๆ ร้อนๆ จากช่วงเบรคทีมชาติ เช่นเดียวกับเหล่าตัวเจ็บค้างสต๊อครายอื่นๆ คาดว่าแมตช์นี้ โซลชาร์ เตรียมวางระบบการเล่นเดิม 4-2-3-1 โดยมี อ็องโตนี่ มาร์กซิยัล ยืนเป้าล่าสกอร์และใช้ แดเนี่ยล เจมส์, ฆวน มาต้า กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด เป็นสามประสานกลางรุกคอยสนับสนุนอยู่ด้านหลัง ขณะที่กลางตัวคุมจังหวะจะเป็นงานของ สกอตต์ แม็กโตมิเนย์ กับ เนมานย่า มาติช รวมพลังกันตามสูตร

ตัวแบน : –
ตัวเจ็บ/หมดสิทธิ์ :
ผู้รักษาประตู – ดาบิด เด เกอา (8 นัด)
กองหลัง – อีริก ไบญี่ (-), ติโมธี่ โฟซู-เม็นซ่าห์ (-), ฟิล โจนส์ (-), ดิโอโก้ ดาโลต์ (1 นัด)
กองกลาง – ปอล ป็อกบา (5 นัด)

แมนฯยู (4-2-3-1) : เซร์กิโอ้ โรเมโร่ – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิกเตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แอชลี่ย์ ยัง – สกอตต์ แม็กโตมิเนย์, เนมานย่า มาติช – แดเนี่ยล เจมส์, ฆวน มาต้า, มาร์คัส แรชฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยัล

ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล ของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะหมดสิทธิ์ใช้งาน ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัยเพียง 16 ปี ที่ติดโทษแบน 14 วัน จากกรณีใช้วาจาเสื่อมเสียแก่ แฮร์รี่ เคน ในคลิปวิดีโอเมื่อเดือนมิถุนายน ขณะที่ตัวเจ็บยังเหลือแค่ นาธาเนี่ยล ไคลน์ กับ เซอร์ดาน ชากิรี่ สองรายนี้เท่านั้น ขณะที่ทางด้านของ อลิสซง เบ็คเกอร์ กลับมาฟิตสมบูรณ์เตรียมยึดตำแหน่งคืนจาก อาเดรียน คาดว่า คล็อปป์ เตรียมจัดทัพในระบบ 4-4-3 โดยมี โมฮาเหม็ด ซาล่าห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ กับ ซาดิโอ มาเน่ ผนึกกำลังกันล่าสกอร์ในแดนหน้าต่อเนื่อง

ตัวแบน :
กองกลาง – ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ (-)
ตัวเจ็บ/หมดสิทธิ์ :
กองหลัง – นาธาเนี่ยล ไคลน์ (-)
กองกลาง – เซอร์ดาน ชากิรี่ (2 นัด)

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลิสซง เบ็คเกอร์ – เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โฌแอล มาติป, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาล่าห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่